กลับมาอีกแล้ว อย่างยิ่งใหญ่ และเยอะ (เว่อร์อีกล่ะ) คือจะบอกว่า โพสต์นี้รูปเยอะหน่อยนะคะ เพราะมือซ้ายเกิดครึ้มอกครึ้มใจ นั่งทาสีเล็บตาม Pantone ตั้งแต่ปี 2010 – 2016 (Pantone จะเป็นบริษัทที่ทำพวกสีสำหรับสิ่งพิมพ์น่ะค่ะ เขาจะมีชาร์ตสีให้เลือกทุกเฉดเลย) โดยแต่ละปี Pantone จะเลือกสีประจำปีขึ้นมาค่ะ มือซ้ายเลยขอลองหา ๆ คุ้ย ๆ ยาทาเล็บมาทาตามดูบ้าง (ในรูปคือ Swatch สีแถวสองและสามนะจ้ะ)
Miss Left Pantone 2011 2016

ก่อนอื่น ขอเตือน และขออภัยว่า เฉดสีอาจจะไม่ได้แม่นมาก เพราะมีบางสีที่มือซ้ายสั่งออนไลน์แล้วสีที่ได้ไม่ตรงกับภาพ T_T …แต่ก็นะ ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด และฉันจะอดทนแม้แทบขาดใจ…

ขอย้อนหลังไปปี 2010 กับสี Turquoise เทอร์ควอยซ์ สีฟ้าอมเขียวที่ตั้งตามชื่อหิน เป็นของมีค่าตั้งแต่ยุคเก่าแก่นู่นแน่ะ สีที่มือซ้ายเลือกมาทา คือ สีมิ้นท์ S44 ของ Ten Ten ซึ่งก็สว่าง บวกกับฟ้ากว่าสีที่เล็งไว้ ตรึ่งส์! มาสีแรกก็โป๊ะซะแล้ว =w=”Miss Left Pantone 2010 Turquoise
ถัดไปเป็นปี 2011 กับสีชมพูหวานเจี๊ยบ Honeysuckle ซึ่งเป็นชื่อต้นไม้ค่ะ  แอบกูเกิลดู เห็นว่ามีชื่อไทยชื่อสกุลสายน้ำผึ้ง ดูเรียบร้อยดุจแม่หญิงในหนังพีเรียด  มือซ้ายลองใช้สี Rosy Cheeks ของ The Body Shop เหมือนไหมคะ
Miss Left Pantone 2011 Honeysuckle

จากสาวงามกลายเป็นสาวแซ่บ ร้อนแรงในปี 2012 กับสี Tangerine Tango สีส้มปนแดงแบบเปรี้ยวจี๊ด  สีนี้ Break Through ของ Fierce มือซ้ายสั่งมารีวิวสำหรับบล็อคนี้โดยเฉพาะเลย (เดี๋ยวมีรีวิวด้านล่างเนอะ เพราะอันนี้ตัวใหม่)
Miss Left Pantone 2012 Tangerine Tango

ปีต่อมา 2013 เป็นสี Emerald เขียวมรกตที่ให้ความหรูหรา ลึกลับ แต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ สีแบบนี้มือซ้ายว่า ถ้าอยู่บนเนื้อผ้ากำมะหยี่นี่ดูไฮไซสุด ๆ เลยนะ สีนี้ชื่อ Eucalyptus เป็นของ Yves Rocher
Miss Left Pantone 2013 Emerald

ต่อไปเป็นปี 2014 กับสี Radiant Orchid สีม่วงกล้วยไม้ที่ให้ความโดดเด่น แต่ก็ดูอบอุ่นในคราวเดียวกัน เห็นสีนี้แล้ว คิดถึงการบินไทยเหมือนมือซ้ายไหม 😉 สีนี้เป็นของแบรนด์ Revlon แบรนด์ที่ลดเกือบตลอดเวลาที่ Boots 55 ชื่อสี Flirt นะ อันนี้ก็สีใหม่ เดี๋ยวรีวิวไว้ด้านล่างจ้ะ
Miss Left Pantone 2014 Radiant Orchid
ในปี 2015 Pantone เลือกสี Marsala สีไวน์แดงก่ำออกน้ำตาลเข้มมาเป็นสีประจำปี ด้วยเหตุผลที่ว่า สีนี้ดูสง่า แต่ด้วยความเข้ม เม็ดสีแน่น เลยทำให้มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ …สีที่เลือกมานี้ เหมือนจะคล้ายเนอะ แต่มันไม่คล้ายไง!! (หนีไปร้องไห้แป่บ) ขออภัยคนอ่านด้วย แต่สี You Don’t Know Jacques! ของ OPI นี้ดีจริงนะ ไม่เชื่อลองไปอ่านรีวิวตอนก่อนได้ที่นี่Miss Left Pantone 2015 Marsala

และแล้วก็มาถึงปีปัจจุบัน 2016 ที่ Pantone เปิดตัวสีเป็นคู่เป็นครั้งแรก! ซึ่งทั้งสองสีนี้ก็มาแนวพาสเทล ซอฟต์ ๆ ใส ๆ มี Rose Quartz สีชมพูอ่อนใส กับ Serenity สีฟ้าจาง ๆ ที่ดูแล้วสบายตา ผ่อนคลายสุด ๆ

สีชมพูเป็นของแบรนด์ใหม่อีกเช่นกัน ชื่อ Pale Petunia ของ Kinetics SolarGel ปลื้มคุณภาพอยู่นะ รีวิวตามด้านล่างนะจ้ะMiss Left Pantone 2016 Rose Quartz

ส่วนสีฟ้าที่จาก Serenity กลายเป็นความหม่นหมอง เพราะเฉดสีที่สั่งซื้อไปออกมาเข้มกว่าที่เล็งไว้ไปสิบระดับ … นั่นก็คือ สี In Harmony ของ Depend 7 day รีวิวด้านล่างเช่นเคยMiss Left Pantone 2016 Serenity
หมดไปแล้วกับ 8 สีที่มือซ้ายเอามาทาเล่น มีตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง ขำ ๆ กันไปเนอะ ^^”

สีไหนที่มือซ้ายเคยรีวิวแล้วจะมีลิงก์ที่ชื่อนะ (ลองเลื่อนกลับไปดูได้) ส่วนสีใหม่ ดูที่ด้านล่างได้เลยจ้า

แบรนด์: Fierce แบรนด์คนไทยนะ ❤

ปริมาณ: 12 มิลลิลิตร เยอะดี ถูกใจอ่ะ บอกเลย

ราคา: 250 บาท

พิกเมนต์: ก่อนอื่นบอกก่อนว่าทีขวดเขียนประกาศไว้ชัดเจนเลยว่า High Intensity Color ซึ่งก็เม็ดสีแน่นมากตามที่บอกจริง ๆ

ความคงทน: สารภาพว่า ยังไม่ได้ลองทิ้งไว้ เพราะบล็อคนี้เน้น Swatch เดี๋ยวไว้บอกอีกทีละกันเนอะ

โดยรวม: ค่อนข้างปลื้มกับแบรนด์นี้นะ เป็นของคนไทยด้วยไง เราคนไทยด้วยกันก็อยากอุดหนุนเนอะ รับไปเลยที่ 4/5 ละกันจ้ะ 🙂

 

แบรนด์: Revlon “Love is On” ทำเสียงตาม Emma Stone 😛

ปริมาณ: 14.7 มิลลิลิตรที่มาพร้อมดีไซน์ขวดอันเป็นเอกลักษณ์

ราคา: …..สารภาพว่าซื้อมาตอนลดราคา น่าจะอยู่ที่ร้อยกว่าบาทจ้ะ

พิกเมนต์: อาจจะเป็นเพราะสีม่วงนี้เป็นสีอ่อน เลยต้องทาทับสองรอบ ถึงจะเห็นสีชัดนะจ้ะ

ความคงทน: ยังไม่ได้ลองทาทิ้งไว้เช่นกัน ^^”

โดยรวม: ความจริงแบรนด์นี้เคยซื้อสีอื่นมาลองเล่นก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่เคยเอามารีวิว (เออ น่าน้อยใจไหมเนี่ย) คุณภาพแบรนด์นี้โอเคเลยนะคะ เวลาเดินเข้าร้าน Boots กับ Watson ถ้าไม่ซื้อแบรนด์ Catrice ก็ซื้อ Revlon นี้ล่ะค่ะ ให้คะแนนที่ 4/5 นะ

 

แบรนด์: Kinetics SolarGel

ปริมาณ: 15 มิลลิลิต ขวดทรงสี่เหลี่ยม

ราคา: 380 บาท พอ ๆ กับ OPI เลยอ่ะ

พิกเมนต์: แน่นมาก ถึงจะเป็นสีอ่อนก็เถอะ แต่ตัวยาทาเล็บยังลื่นเหลวกำลังดี ทาแล้วเกลี่ยง่าาย กระจายเต็มหน้าเล็บจ้า

ความคงทน: ตัวนี้ เคยลองทาทิ้งไว้เล่น ๆ เกือสัปดาห์นึงก็ยังโอเคนะ

โดยรวม: เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ลูกรัก (จะเป็นลูกทูนหัว ถ้าราคาถูกกว่านี้ 55) เลยให้คะแนนที่ 4.5/5 นะคะ

 

แบรนด์: Depend 7 day (ทำไมไม่มี s ที่คำว่า day ยังงงอยู่ @w@”)

ปริมาณ: 5 มิล เล็กมากกกกกก

ราคา: ราคาแอบแรงถ้าเทียบกับปริมาณ เพราะขวดเล็ก ๆ แบบนี้ ราคา 249 จ้า

พิกเมนต์: ก็ยอมรับว่าแน่นดี แต่พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า สีที่ซื้อมาลองเป็นสีเข้ม เม็ดสีเลยเห็นชัดอยู่ค่ะ

ความคงทน: ยังไม่เคยทาทิ้งไว้ เลยขอละไว้ก่อนนะ

โดยรวม: ขอให้คะแนนกลาง ๆ ที่ 3/5 นะจ้ะ ยังเฉย ๆ อยู่กับแบรนด์นี้ ^^”

จบบล็อคนี้แล้ว ขอบคุณมาก ๆ เลยที่ตามอ่าน วันนี้ที่อัปเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่มือซ้ายเขียนบล็อครีวิวเรื่องเล็บ ขอบคุณแผนเพจทุกคนนะจ้ะ ส่วนใครที่อยากติดต่อรีวิว อย่าลืมมาไลก์เฟสบุ๊คมือซ้ายกันนะจ้ะ